Login / Register | Activate | ลืมรหัส |
 
HOME NEWS COLUMN REVIEW WALKTHROUGH
Forum >>  
ขณะนี้เราได้ย้ายเว็บบอร์ดไปอยู่ที่ www.gconhub.com ทั้งหมดแล้วนะครับ สำหรับเว็บบอร์ดเดิม เรายังไม่ได้ล้อค แต่รบกวนสมาชิกทุกท่านโพสที่บอร์ดใหม่แทนนะครับ หลังจากนี้อีกซักพักทางเว็บจะทำการล้อคบอร์ดนี้ทั้งหมดอีกที
 
Game General Trade Walkthrough Anime/Manga Movie Technology  
กระทู้นี้ถูกล็อค
Gcon > Lock : สนทนาประสาการเมืองภาค 3
Page - <<หน้าแรก ... 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 ... หน้าสุดท้าย>> ตอบกระทู้
   
 1 year ago ให้กิฟ
 

mourning garden
Since 2011-10-25 17:22:37
(2848 post)
ข้อมูลจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน รัฐสภา เปิดเผยว่า ในปี 2555 คนไทยซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันผ่านห้างต่างชาติร้อยละ 53 ตลอดจนที่ดินกว่า 1 ใน 3 ของประเทศไทยอยู่ในการครอบครองของต่างชาติ

ด้านศ.พ.ต.อ.วีรพล กุลบุตร อาจารย์ประจำ โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน กล่าวถึงกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ให้กับทุนข้ามชาติ โดยเฉพาะ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ที่ทำให้ร้านสะดวกซื้อเข้ามาจัดตั้งในประเทศไทยจำนวนมาก ส่งผลให้ธุรกิจค้าปลีกของไทยถดถอยและปิดตัวลง เพราะสู้ร้านค้าปลีกของทุนต่างชาติไม่ได้ในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเงินทุน กลยุทธ์การตลาด การขาย การจัดหน้าร้าน

ดังนั้นฝ่ายบริหารควรต้องแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ให้มีความเป็นธรรมกับธุรกิจค้าปลีกของคนไทยมากขึ้น หรือออกกฎหมายส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อควบคุมบริษัทข้ามชาติที่เข้ามากอบโกยผลประโยชน์ แม้จะไม่เป็นที่พอใจของทุนข้ามชาติเหล่านั้น แต่ก็จำเป็นต้องทำ เช่น เกาหลีใต้ ออกกฎหมายส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อย ทำให้ผู้ประกอบการต่างด้าวต้องปิดกิจการลงในที่สุด

สำนักข่าวอิศรา - นักวิชาการชี้ไทยอ่วม ทุนข้ามชาติยึดครอง ร้านค้าปลีกหมื่นสาขา-ฮุบที่ดิน โชว์ห่วยเจ๊ง




---------------------------------

ปัญหาทุนข้ามชาตินี้ผมว่ามันไม่ใช่การแข่งขันอย่างเป็นธรรม แต่เป็นเรื่องของการเข้ามากอบโกยผลประโยชน์มากกว่าครับ

อย่างพวกทุนข้ามชาติที่เข้ามากว้านซื้อที่ดิน ฮุบเอาหาด,เกาะ,ลักลอบเอาที่ดินในอุทยานไปทำเป็นรีสอร์ท พวกนี้ก็อันตรายนะครับ มันมีผลกระทบต่อความมั่นคง และวิถีชีวิตของชาวบ้านแบบดั้งเดิม

อย่างกรณีต่างชาติกว้านซื้อที่ดิน ถ้ารัฐยังเพิกเฉยปล่อยให้กฏหมายมีช่องโหว่เอื้อให้ทุนข้ามชาติทำนิติกรรมอำพรางเข้ามาลงทุนได้แบบนี้ ต่อไปก็ไม่เหลืออะไรไว้ให้ลูกหลานไทยแล้วครับ


 


 1 year ago ให้กิฟ
 

morroc
Since 17/4/2006
(14333 post)
(Relto)


ถ้าคิดแบบนี้จริง ก็ต้องยกเลิกห้างสรรพสินค้าออกไปให้หมดเลยแหล่ะครับ รวมถึง 7-11 อีกหล่ายๆอย่างเดียวแหล่ะครับ ลองมองย้อนกลับไปซีก 30ปี ถ้ามีคนคิดแบบนี้เยอะๆ ตอนนี้ไทยคงไม่ต่างอะไรกับเมื่อ 30ปี ที่แล้ว

อย่างญี่ปุ่น ไม่มีพวกนี้ แต่ร้านโชห่วยก็ตายหายไปจากญี่ปุ่นนานแล้วเหมือนกัน เพราะสุดท้าย ร้านโชห่วยมันก็อยู่ในเมืองยากอยู่แล้ว



ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับห้างเซเว่นเล็กๆที่เปิดขึ้นใหม่นะ แต่เซเว่นที่เปิดใหม่เริ่มใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆเพื่อแข่งกับพวกโลตัสเอ๊กเพรส ถ้าไงทำหมันพวกมันหน่อยดีไหม การมีเซเว่นหรือโลตัสเปิดเต็มบ้านเต็มเมืองนี่มันมีผลดีอะไรกับประเทศเรางั้นเหรอครับ บ้านเราจะเจริญขึ้นงั้นเหรอ ไม่มั้ง


 

 1 year ago ให้กิฟ
 

Sukoy
Since 24/6/2005
(11880 post)
แนวคิดอนุรักษ์นิยมนี่ไม่ไหวนะครับ

การที่ร้านสะดวกซื้อจะเปิดเต็มเมืองมันก็จะเปิดไปจนถึงจุดลงทุนแล้วไม่คุ้ม จากนั้นมันก็จะแข่งกันไปตามวิถีการค้าเสรี การจัดสรรทรัพยากรใช้กลไกตลาดทำงานไป การจัดสรรเงินทุนเป็นไปแบบ optimum

แต่ถ้าออกกฎคุ้มครองโชว์ห่วย สิ่งที่จะเกิดคือโชว์ห่วยๆ อยู่ได้ ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วไม่มีความสามารถในการแข่งขัน เกิดเป็น dead weight loss ในระบบเศรษฐกิจ หลักเศรษฐศาสตร์พื้นฐานเลยครับ


 

 1 year ago ให้กิฟ
 

mourning garden
Since 2011-10-25 17:22:37
(2848 post)
ออ..ครับ ต้องขอโทษด้วยครับ ผมแค่คิดว่าการค้าเสรีที่ดี ต้องไม่สร้างปัญหากระทบกับสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของคนในชุมชนครับ ผมมองว่าในขณะที่ผู้ค้ารายใหญ่อย่าง บิ๊กC ,โลตัส ,7-11 ขยายตัวได้ ผู้ค้ารายย่อย ,ชาวนาไทย ,ชาวประมงที่มีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมก็ต้องอยู่ได้ ต้องมีที่ทำกินครับแค่นี้แหละครับ ไม่อยากให้มองว่าการช่วยคนของเราคือการสิ้นเปลืองภาษี ส่วนการช่วยเหลือรายย่อยก็ต้องให้รายย่อยมีการพัฒนาสามารถปรับตัวพอที่จะแข่งขันได้ด้วยครับ ไม่ได้หมายความว่าเอาเงินไปโยนให้ฟรีๆ หรือออกกฏหมายคุ้มครองแบบสุดโต่ง

ถูกใจ : Ramza
[แก้ไข 3 ครั้งโดย mourning garden - เมื่อ 2013-10-28 05:39:50]
 

 1 year ago ให้กิฟ
 

pna111

Since 13/4/2006
(9482 post)
“ค่าแรง 300 บาท/วัน จำนำข้าวตันละ 15,000 บาท เอามั้ยค๊า…” เป็นคำปราศรัยหาเสียงจากปาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ยังคงติดหูติดตาคนไทย

แต่สุดท้ายก็เอาไม่อยู่ ต้องประกาศลดราคาจำนำลงเหลือตันละ 12,000 บาท ตั้งแต่ 30 มิ.ย.56 ที่จะถึงนี้ จนทำให้ชาวนาทั่วไทย ที่เป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคเพื่อไทย ร้องระงมกันทั่ว

เพราะราคาข้าวของเครื่องใช้ ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง น้ำมันเชื้อเพลิง ค่าแรงดำนา-เก็บเกี่ยว ฯลฯ ที่แพงขึ้นตามราคาจำนำข้าวตันละ 15,000 บาท ไม่ยอมลดลงตามราคารับจำนำใหม่

นายสุรเชษฐ์ วรพิทย์เบญจา รองประธานอาสาสมัครเกษตรกรหมู่บ้าน (อกม.) จ.เชียงราย กล่าวว่า ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทย หาเสียงว่าจะรับจำนำข้าวราคาตันละ 15,000 บาทมาตลอด แต่กลับไขว้เขว และปรับราคารับจำนำอย่างกระทันหันอย่างนี้ ทำให้เกษตรกรตายอย่างเขียด

“การลดราคารับจำนำลงกระทันหัน สวนทางกับที่หาเสียงไว้ ถือว่า เป็นกบฎต่อเกษตรกร ส่งผลให้คนรุ่นใหม่ที่เคยกลับไปทำนา หันหน้าสู่เมืองใหญ่ จนเป็นปัญหาสังคมอีก”นายสุรเชษฐ์ กล่าวระหว่างพยายามระดมชาวนาในเครือข่ายชุมนุมที่หน้าที่ว่าการอำเภอพาน จ.เชียงราย เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ รับจำนำข้าวในราคาตันละ 15,000 บาทเหมือนเดิม ท่ามกลางความพยายามของฝ่ายปกครองที่จะสกัดมวลชนไม่ให้เข้าร่วมชุมนุม

นอกจากนี้ แผลเน่าของโครงการรับจำนำข้าว ที่เคยเกิดขึ้นทุกยุค ทุกสมัย ยังตามมาหลอนซ้ำ

เริ่มตั้งแต่เหตุเพลิงไหม้โกดังจำนำข้าวอย่างน่าสงสัยหลายแห่งในภาคเหนือ - อีสาน ตามมาด้วยการนำเข้าข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา- สปป.ลาว เข้ามาสวมสิทธิ์ โดยเฉพาะข้าวจากกัมพูชา ที่มีหลักฐานบ่งชี้ชัดเจนผ่านหนังสือพิมพ์ “พนมเปญโพสต์” ระบุว่า เพียง 4 เดือนแรกของปี 56 ไทยนำเข้าข้าวจากกัมพูชา สูงจนติดอันดับ 4 ทั้งที่ไทยเป็นประเทศผู้ผลิตข้าวรายใหญ่ของโลก

เมื่อนำข้าวกัมพูชา มาสวมสิทธิ์เข้าโครงการรับจำนำข้าว จะมีกำไรส่วนมากกว่า 1 เท่าตัวทันที

และระหว่างที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เปิดเวทีบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว-การทุจริตงบประมาณป้องกันสาธารณภัย และการทุจริตในการใช้งบประมาณของ อปท.ครั้งที่ 2 พื้นที่ภาคเหนือ ที่จังหวัดเชียงรายนั้น

นายบุญเรียน โนพะเส้า แกนนำกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวพื้นที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ซึ่งเข้าร่วมอบรมในครั้งนี้ ได้กล่าวว่า โครงการรับจำนำข้าวที่ผ่านมาผิดปกติหลายอย่าง ทั้งการบวกปริมาณข้าวในใบประทวน ซึ่งส่งผ่านไปทางโรงสีที่เข้าโครงการรับจำนำ เพิ่มจากความเป็นจริงอีก 20% เช่น ถ้าเกษตรกรนำข้าวไปจำนำจำนวน 1 ตัน ก็จะบวกตัวเลขเพิ่มเป็น 1.2 ตัน รวมทั้งโรงสีในบางพื้นที่ไม่มีเครื่องวัดความชื้นจึงกดราคาข้าวที่เกษตรกรนำไปจำนำลง อ้างว่า ความชื้นสูงหรือข้าวไม่มีคุณภาพ เช่น อ.เชียงแสน ฯลฯ ได้ราคาเพียงตันละ 10,000-11,000 บาทเท่านั้น

ดังนั้น โรงสีจึงได้กำไรสองต่อ ทั้งจากปริมาณข้าวในใบประทวนที่เพิ่มขึ้น และซื้อข้าวในราคาถูกเกินจริง

รวมถึงกรณีโรงสีก้องเกียรติ ที่เคยก่อคดีฉ้อโกงชาวนาเมื่อปี 2549 กลับมาเปลี่ยนชื่อจดทะเบียนใหม่เป็น โรงสีแอล-โกลด์ แมนูแฟคเจอร์ จำกัด ในที่ตั้งเดิมคือ เลขที่ 97/2 หมู่ 3 ตำบลท่าบัว อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร มีนางสาวณัฐริกา บุญเกื้อ เป็นกรรมการผู้จัดการ ร่วมกับพวกฉ้อโกงชาวนาจำนวน 96 ราย และยักยอกทรัพย์ข้าวเปลือก-ข้าวสาร ของ อ.ต.ก. รวม 12,000 ตัน มูลค่าความเสียหายรวม 2 คดี 130 ล้านบาท

เป็นกรณีฉ้อโกง-ยักยอกทรัพย์ในโครงการรับจำนำข้าวตั้งแต่ต้นน้ำแบบตรง ๆ ไม่มีอ้อมค้อม เมื่อ นายอำนาจ ดิษฐเสถียร หรือ“เสี่ยแกละ” อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49/9 หมู่ 1 ตำบลหัวดง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร เจ้าของท่าข้าวหัวดง ยอมรับกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ได้รับการแนะนำจากท่าข้าวสุนิตย์ ตะพานหิน ให้รู้จักกับนายมุนินทร์ จันทรา หรือ“เสี่ยหนุ่ม”อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 963/178 หมู่ที่ 60 ถนนรังสิต-นครนายก ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี คนในเครือข่ายนักการเมืองใหญ่นครปฐม พรรครัฐบาล ที่เป็นเจ้าของโรงสีแอล-โกลด์ แมนูแฟคเจอร์ จำกัด ตัวจริง ให้ทำหน้าที่ “ไล่ของ” หรือหาข้าวส่งเข้าโรงสี โดยจะได้ส่วนแบ่ง 300 บาทต่อตัน

ด้วยความที่ท่าข้าวหัวดง ได้ส่งข้าวไปแล้ว 3,204 ตัน รวม 147 ราย ได้ใบประทวนไปให้ชาวนา 48 ราย จึงทำให้เกิดความเชื่อถือ จากนั้นชาวนาก็บอกปากต่อปาก แห่กันมาจำนำข้าวที่ท่าข้าวหัวดง ที่ใช้รถบรรทุกจากท่าข้าวสุนิตย์ ตะพานหิน มาบรรทุกข้าวให้

แต่ข้าวที่รับจากชาวนาไม่ได้ส่งเข้าโรงสีที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำ แต่กลับขนไปแวะที่ท่าข้าวสุนิตย์ ตะพานหิน แล้วขนต่อไปขายที่สุพรรณบุรีทันที

ทำให้เมื่อเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบโกดังโรงสีแอล-โกลด์ แมนูแฟคเจอร์ จำกัด เจอแต่กองข้าวเปลือกผสมแกลบ และข้าวสารที่เสื่อมสภาพแล้ว ปริมาณราว 400 ตัน ที่ไม่ใช่ข้าวของ อ.ต.ก.แต่อย่างใด

เมื่อโรงสีดังกล่าว ไม่ได้นำข้าวที่รับจากชาวนาเข้าโครงการรับจำนำตามกระบวนการ ทำให้ไม่มีใบประทวนมามอบให้ชาวนาเจ้าของข้าวนำไปขึ้นเงินได้ ชาวนากลุ่มนี้ขาดเงินทุนหมุนเวียน ต้องกู้หนี้ยืมสินกันเป็นพรวน

ว่ากันว่า เหตุฉ้อโกงจำนำข้าวพิจิตร ครานี้ ทำให้ชาวนาที่ตกเป็นเหยื่อเสียชีวิตแล้วถึง 5 รายด้วยกันแล้ว

ทั้งนี้โดยข้อเท็จจริงของกระบวนการจำนำข้าว เคยเกิดกรณีเช่นนี้แล้วหลายต่อหลายครั้ง เช่น โรงสีอำนวยค้าธัญญาเรือง อ.บางมูลนาก ,โรงสีกลุ่มเกษตรกรทำนาทับคล้อ อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร เป็นต้น เรียกกันว่า “เวียนข้าว” หากรู้เห็นกับเจ้าหน้าที่ ก็จะทำให้โรงสีมีเงินหมุนเวียนตลอดเวลา

ขณะที่นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ที่เดินหน้าตรวจสอบพิรุธโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาอย่างต่อเนื่อง ได้เปิดเผยว่า ปัญหาเรื่องทุรจิตรับจำนาข้าวของรัฐบาลชุดนี้ มีมากนับ 10 วิธี เช่น

1.โกงความชื้น โดยที่โรงสีมีเครื่องมือวัดความชื้นเฉพาะ หรือโกงเฉพาะรุ่นที่ใช้จริงๆ กับชาวนา แตกต่างกับเครื่องที่ จนท.รัฐ นำมาตรวจที่โรงสี หรือบางแห่งไม่มีเครื่องวัดความชื้น เถ้าแก่โรงสี บอกกับชาวนาเจ้าของข้าวเอาดื้อ เพื่อกดราคา

2.โรงสีโกงสิ่งเจือปน พบมากสุดที่ภาคอีสาน

3.โกงตาชั่ง ซึ่งโรงสีเซตโปรแกรมตาชั่ง โดยที่ชาวนาไม่รู้เลยว่าถูกชั่งน้ำหนักข้าวต่ำกว่าความเป็นจริง

4.ชาวนามีเล่ห์กลโกงเอง คือ นำโควตาสิทธิรับจำนำข้าวไปขายต่อเกวียนละ 500-1,000 บาท

5.โรงสีนำข้าวเสื่อมสภาพ ค้างเก่ามาร่วมโครงการรัฐบาล ขณะที่ข้าวดีที่เพิ่งรับจำนำจากชาวนาหมาดๆ นำไปขายต่างประเทศ

6.นำข้าวเสื่อมคุณภาพ หรือข้าวค้างปีไปเวียนเทียนเข้าร่วมรัฐบาล ส่วนข้าวดีนำไปขายเพื่อส่งออก

7.ลักลอบนำข้าวจากต่างประเทศเข้ามาสวมสิทธิจำนำ พบมากแนวตะเข็บชายแดนไทย-เขมร

8.นำข้าวที่เสื่อมคุณภาพห รือข้าวเก่าค้างปีไปทำข้าวถุงกับหน่วยงานรัฐต่างๆ เช่น ธงฟ้า, อสค., อ.ต.ก. ฯลฯ

9.จีทูจี แต่เป็น จีทูเจี๊ยะ เพราะรัฐบาลขายข้าวรัฐต่อรัฐไม่จริง เป็นการขายให้พ่อค้ากลุ่มพรรคพวกผู้ใกล้ชิดกับคนในรัฐบาล แล้วนำผลประโยชน์มาแบ่งกัน

10.รัฐบาลร่วมกับโรงสีขายข้าวให้ราคาต่ำ อ้างสารพัดวิธีเพื่อปล่อยข้าวดีราคาต่ำให้พ่อค้าผู้ใกล้ชิดกับคนในรัฐบาล แบ่งผลประโยชน์กัน

ไม่เพียงเท่านั้น ในกระบวนการขายข้าวในโกดังของรัฐบาลปู-ยิ่งลักษณ์ ในรูปแบบ จีทูจี ซึ่งทั้งนายกรัฐมนตรี ยันรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ ก็บอกข้อเท็จจริงต่อสาธารณะไม่ได้ ก็ยังคงอึมครึมมาจนถึงทุกวันนี้

โดยความชัดเจนมีเพียงผู้ที่เกี่ยวข้องล้วนแล้วแต่เป็นคนใกล้ชิดอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคนในพรรคเพื่อไทยทั้งสิ้น

ทั้งกลุ่มบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ที่เป็นเงาของ บริษัท เพรซิเดนท์อะกริเทรดดิ้ง จำกัด ที่เคยถูก ป.ป.ช.ตรวจสอบการทุจริตในโครงการจำนำข้าวสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อปี 2546-2547 ผู้ที่ประกาศว่า เป็นคนคิดนโยบายจำนำข้าว ให้รับบาล ปู-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลงมือทำ




ไอ้พวกที่สนับสนุนโครงการนนี้ก็ระยำพอกัน


 

 1 year ago ให้กิฟ
 

thone2499
Since 3/10/2010
(490 post)
ต่อไปเราจะได้กินข้าวเขมรแบบเต็มภาคภูมิซักที

หลังจากที่นายกไทยบอกให้ชาวนา ไปปลูกอย่างอื่นแทนการปลูกข้าว...เย้


 

 1 year ago ให้กิฟ
 

Lovely45
Since 28/12/2009
(3469 post)
นโยบายมันผิดมาตั้งแต่ต้น

จะแก้ก็ลำบาก จะลุยต่อการตายอนาท

มีวิธีเดียว ยกเลิกโครงการซะ เปลี่ยนไปประกันที่ 12000-13000 ความชื้น ไม่เกิน 24%

อย่างน้อย รัฐไม่ต้องเก็บข้าวไว้เอง ตลาดข้าวลุยได้ต่อ แต่คงโดนปีละ 8 หมื่นถึง 1 แสนล้านต่อปี
หรืออาจน้อยกว่านั้น แต่คงยากรัฐบาลชุดนี้ ตัวเหลือบไรมันเยอะ ทำโครงการไหน งบก็บาน


 

 1 year ago ให้กิฟ
 

Barn-3-
ช่วงนี้เหงามากครับ

Since 2/6/2008
(8320 post)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1371882905&grpid=&catid=12&subcatid=1200

การปรากฏขึ้นของชาวนา ไม่เพียงแต่ที่กาญจนบุรี เพชรบุรี ราชบุรี เท่านั้น หากยังมีขึ้นที่พิจิตร พะเยา

เป็น "ปฏิกิริยา" ของ "ชาวนา"

ประสานเข้ากับความหงุดหงิดไม่พอใจอันแสดงออกผ่านนายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ผ่านนายกสมาคมชาวนาไทย

เป็น "ปฏิกิริยา" ต่อ "รัฐบาล"

คล้ายกับระลอกคลื่นแห่งความไม่พอใจที่สาดซัดเข้าใส่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กระหน่ำฟาดไปยัง นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ เป็นผลสะเทือนจากการคัดค้านและต่อต้านอย่างต่อเนื่องของพรรคประชาธิปัตย์และพันธมิตร

พันธมิตรในกลุ่มผู้ส่งออกข้าว พันธมิตรในขุนนางนักวิชาการแห่งสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

รวมถึง 1 อดีตนายกรัฐมนตรี 2 อดีตรัฐมนตรีคลัง

กระนั้น ที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาดก็คือ กระแสความไม่พอใจพุ่งเป้าไปที่การปรับลดอัตราจำนำจาก 15,000 บาทต่อตัน มาเป็น 12,000 บาทต่อตัน

ปฏิกิริยานี้สะท้อนอะไร



คําตอบอันเด่นชัดอย่างยิ่งก็คือ ปฏิกิริยานี้สะท้อนให้เห็นถึงความพึงพอใจของชาวนาต่อโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล

พวกเขามิได้ต้องการ "ล้ม" โครงการ

มีแต่พรรคประชาธิปัตย์ต่างหากที่ต้องการล้มโครงการรับจำนำข้าว และเอาโครงการรับประกันเข้ามาแทนที่

แต่ชาวนามิได้คิดเหมือนพรรคประชาธิปัตย์

ตรงกันข้าม ชาวนาต้องการเห็นการเดินหน้าโครงการรับจำนำข้าวต่อไป จุดต่างที่พวกเขาไม่เห็นด้วยคือการปรับลดราคาจำนำลง

พวกเขายังเรียกร้องอัตรา 15,000 บาทต่อตัน

พวกเขาไม่พอใจต่ออัตราใหม่ 12,000 บาทต่อตัน และต้องการแสดงปฏิกิริยาให้รัฐบาลรับรู้และทบทวน

หรือหากไม่ทบทวนก็ต้องชี้แจงได้

ต้องชี้แจงได้อย่างฉาดฉาน มิใช่ชี้แจง

งึ่มๆ ง่ำๆ เหมือนที่ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เคยล้มเหลวมาแล้วเมื่อประสบเข้ากับข้อกล่าวหาว่าโครงการรับจำนำขาดทุนมากมายถึง 260,000 ล้านบาท

ตรงนี้ต่างหากคือความต้องการของชาวนา



นับวันรายละเอียดอันเกี่ยวกับโครง

การรับจำนำข้าวจะสะท้อนให้เห็นลักษณะชนชั้นออกมาอย่างเด่นชัดและอย่างเป็นรูปธรรม

พลันที่ "ชาวนา" สำแดงตัวตนของพวกเขาออกมา

น้ำเสียงของพวกเขาเป็นน้ำเสียงที่แสดงความเป็นเจ้าของโครงการนี้และต้องการให้รัฐบาลรักษาโครงการนี้ต่อไป

เพราะนี่คือผลประโยชน์อย่างแท้จริงของชาวนา

ปฏิกิริยาของชาวนาเช่นนี้เท่ากับเป็นเส้นแบ่งอย่างมีนัยสำคัญทางการเมือง เป็นการเตือนไปยังประดาผู้ออกมาคัดค้าน ต่อต้าน ให้ได้รับรู้

ท่าทีต่อโครงการนี้จึงเท่ากับเป็นสันปันน้ำทางการเมือง

ใครที่ออกมาต่อต้าน ใครที่ออกมาบิดเบือนตัวเลข ใครที่ออกมาคุ้มครอง ใครที่ออกมาทำโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ผลประโยชน์ของชาวนา ท่าทีตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ล้วนอยู่ในสายตาและความรับรู้ของชาวนาทั้งสิ้น

ไม่ว่าจะเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ว่าจะเป็น ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล

เบื้องหน้าการปรากฏตัวของชาวนาในลักษณะจัดตั้ง ในลักษณะเคลื่อนไหวแสดงพลัง ท่าทีและบทสรุปของรัฐบาลจึงทรงความหมายเป็นอย่างสูง

เลือกที่จะอยู่กับชาวนา หรือยืนตรงข้ามชาวนา



ณ ปัจจุบัน มีโครงการ 2 โครงการให้ชาวนาเลือก 1 จำนำข้าว 1 ประกันราคาข้าว

ประกันราคาข้าวทำมาแล้วในรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จำนำข้าวกำลังทำอยู่ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สามารถนำมาเปรียบเทียบได้อย่างเป็นรูปธรรม

การเคลื่อนไหวของชาวนาจึงเท่ากับเป็นคำตอบ


---------------------------

โยงเรืองชนชั้น

มติชนนับวันยิ่งไม่ไหว - -


 

 1 year ago ให้กิฟ
 

4Baht

Since 19/9/2005
(9698 post)
โดนกดดันจาก ปชป

ปชป เทพจริงๆ เสียงส่วนน้อยกดดันเสียงส่วนใหญ่ได้ด้วย 555

2.2 ล้านๆ 3.5 แสนล้านก็ไม่เห็นกดดันได้เลย แล้วอันนี้ดันอ้างว่าโดนกดดัน


 

 1 year ago ให้กิฟ
 

Barn-3-
ช่วงนี้เหงามากครับ

Since 2/6/2008
(8320 post)
1. แถลงการณ์ฉบับนี้ โดยรวมแล้วผมรับได้ และในข้อเท็จจริงก็มีลักษณะของการประสานประโยชน์กับฝ่ายภาคประชาชนอยู่ โดยเฉพาะข้อเสนอเรื่อง การนำกำลังทหารออกจากพื้นที่ ซึ่งก่อนที่จะมีบทของบีอาร์เอ็นในพื้นที่สื่อสาธารณะ ก็มีการนำเสนอเช่นนี้มาตลอด การเสนอให้ทหารออกจากในช่วงเดือนรอมฏอนออกจะเบาไปเสียด้วยซ้ำ กระบวนการสันติภาพจะเกิดขึ้นได้อย่างไรหากทหารยังคุมเข้มและตรึงกำลังในพื้นที่

2.มีข้อเสนอหนึ่งน่ารักมาก คือให้ทหารที่เป็นมุสลิมได้พักผ่อน กลับบ้าน มีเวลาอยู่กับครอบครัวและปฏิบัติศาสนกิจอย่างเต็มที่ มองในมุมกลับคือ เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่กำลังของกองทัพ เพราะทหารที่เป็นมุสลิม ก็คือกำลังสำคัญของกองทัพเหมือนกัน กองทัพก็น่าจะรู้ดีถึงความตึงเครียดภายในของสมาชิกระหว่างความเป็นมุสลิมกับความเป็นทหารประจำการ ทหารมุสลิมจำนวนมากรู้สึกไม่สบายใจหากต้องหันกระบอกปืนเข้าหาคนร่วมศาสนา ส่วนทหารไทยพุทธก็รู้สึกว่าไม่สนิทใจเพื่อนเหมือนเดิม

3. กรณีไม่ให้ "รัฐบาลสยาม" เข้ามาจัดกิจกรรมทางสังคมใดๆ ที่ยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมในเดือนรอมฏอนนั้น อาจตีความได้ว่าควรเข้ามาให้ถูกต้อง ถูกทาง จริงๆแล้วผมคิดถึงบางเรื่องที่มิอาจเอ่ยถึงได้ในที่นี้และคิดว่าน่าจะเป็นเป้าประเด็นสำคัญมากกว่า เพราะในความเป็นจริง การห้ามไม่ให้ตัวแทนของรัฐเข้าไปยุ่งนั้นยากมากในชีวิตประจำวัน ในทางกลับกัน คนมลายูต่างหากที่วิ่งเข้าหาตัวแทนรัฐในมิติต่างๆ ด้วยความสัมพันธ์ทางสังคมที่ไขว้กันไปมา แต่ถ้าหากเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจเหนือชีวิตแห่งรัฐล่ะ...แหะๆ ตีความกันเองนะ "อินทผาลัม"ที่เคยได้กันทุกปีหน่ะอะไร

4. เรื่องสิ่งเสพติดและสุรา ก็ไม่เห็นยากนี่ครับ การห้ามไม่ให้ขายในเดือนรอมฏอน กรณีมาเลเซียหรือประเทศที่มีมุสลิมเป็นสมาชิกร่วมกับคนในศาสนาอื่นๆ ยังทำได้ ส่วนคนกลุ่มอื่นๆ ก็ยังสามารถหาซื้อได้ในเขตชุมชนของตนเอง เรื่องนี้มิใช่ของใหม่ ยิ่งหากมองว่าพื้นที่สามจังหวัดภาคใต้เป็นพื้นที่อ่อนไหวทางวัฒนธรรม ยิ่งต้องทดลองใช้โดยเฉพาะในเชิงโครงสร้าง อาทิ มาตราการควบคุมพื้นที่ ระยะเวลาซื้อขาย ฯลฯ แต่ไม่ควรควบคุมในรายละเอียดเพื่อลดแรงปะทะอันเนื่องจากความหลากหลายทางวิถีชีวิต

5. รัฐไทยต้องเข้าใจเดือนรอมฏอนคือเดือนสำคัญทางศาสนาอิสลาม คำแถลงการณ์นี้จึงมุ่งเน้นเป้าประเด็นไปที่เรื่องการลดความรุนแรง วัตรปฏิบัติของมุสลิม และเรื่องสิ่งของที่ฮาลาม (ต้องห้าม) การไม่ตระหนักหรือรับไม่ได้ คือปัญหาสำคัญที่รัฐต้องสนทนากับประชาคมโลกและประชาคมอิสลาม เดือนนี้ไม่ใช่เดือนในวัฒนธรรมของมลายูหรือวัฒนธรรมท้องถิ่นที่รัฐไทยรู้สึกหวาดระแวง และก็ไม่รู้ว่าจะหวาดระแวงกันไปทำไม

6.เราต้องยอมรับว่าบีอาร์เอ็นไม่สามารถเป็นตัวแทนปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกระดับของภาคใต้ได้ แต่ข้อเสนอครั้งนี้เป็นที่น่ารับฟัง ทั้งยังสอดคล้องกับข้อเสนออื่นๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

7. เราต้องยอมรับว่าการสร้างกระแสเช่น ส่วนมากเดือนรอมฏอนมักจะมีสถิติความรุนแรงน้อยลงจากภาคที่ไม่ใช่รัฐ ขณะที่ภาครัฐต่างหวาดระแวงว่าเดือนรอมฏอนจะเป็นเดือนแห่งความรุนแรง เพราะเป็นเดือนศักดิ์สิทธิ์ที่ส่งผลให้ปฏิบัติการณ์ใดๆ ล้วนมีคุณค่ามากขึ้น ทัศนะที่ต่างสุดขั้วเช่นนี้ ควรพักลงได้แล้วและหันมาสร้างความหมายเชิงบวกกับ "ช่วงเวลาพิเศษ" อย่างเดือนรอมฏอนกันดีกว่า ทั้งกลุ่มบีอาร์เอ็นและรัฐไทย อาทิ ลดกำลังทหารลง คุยกันมากขึ้น รวมไปถึงการสร้างความปลอดภัยในยามค่ำคืน ด้วยการให้ค่ำมั่นว่าทหารจะไม่เข้ามายุ่งย่ามในชีวิตหรือออกไปจากพื้นที่เลยก็น่าจะดี รู้หรือไม่ว่ายามค่ำคืนของเดือนรอมฏอน เคยเป็นช่วงเวลาแสนสนุกของผู้คนมลายูในพื้นที่ เพราะหลังจากเปิดบวชเสร็จ คนในพื้นที่จะพากันไปเยี่ยมญาติ ตระเวนไปเปิดบวชบ้านเพื่อนสนิทบ้าง นั่งคุยกันจนดึกดื่นค่อนคืนบ้าง เรื่องพวกนี้คือความทรงจำที่ดีของคนในพื้นที่ก่อนที่ความรุนแรงจะเกิดขึ้นและก่อนที่ทหารเข้ามาประจำการ การคืนความทรงจำ คือ การสร้างสันติภาพแบบหนึ่งนะครับ

8.ผมไม่เข้าใจว่าเหตุใดตัวแทนรัฐไทยและผู้นำฝ่ายทหารจึงออกอาการรับไม่ได้...เหตุผลที่กล่าวมาในข้างต้นมันเข้าใจได้ไม่ยากถ้าเกิดพวกเค้าเข้าใจและเข้าถึงคนในพื้นที่จริงๆ


เอ...หรือว่าที่ผ่านมา รัฐไทยเจรจาอะไรไปด้วยความไม่รู้เรื่องอะไรเลย.0..

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1372212816&grpid=01&catid=&subcatid=


-------------------------------------------------.

คอมเม้นส่วนตัวคือ ถึงแม้ว่าจะเจรจากันแล้วว่าจะลดความรุนแรงแต่ก็ยังเกิดความรุนแรงรายวันอยู่เลย แถมยังไม่ได้เกิดแค่กับทหารยังเกิดกับชาวบ้านธรรมดาด้วย แล้วยังทำมาเป็นเรียกร้องว่าให้เอาทหารออกจากพื้นที่แบบนี้มันทุเรศเกินไปจริงๆ (แล้วคนนี้ทำไมถึงยังรับได้อีก- -)

แล้วไอ้ที่ๆเจรจากันอยู่นี่ตัวจริงหรือเปล่าไม่รู้ ตอนจะเจรจาตอนแรกมติชนก็ทำเป็นลงข่าวใหญ่บอกเป็นทางที่ถูกต้อง แต่พอหลังๆเกิดความรุนแรงมติชนไม่ลงข่าวอะไรเลย แบบนี้มันทุเรศจริงๆจะอวยรัฐบาลก็ไม่เป็นไรหรอก แต่อย่าให้มันดูน่าเกลียดขนาดนี้


ถูกใจ : morroc
 

 1 year ago ให้กิฟ
 

welzer
Since 30/9/2005
(6649 post)
(4Baht)

โดนกดดันจาก ปชป

ปชป เทพจริงๆ เสียงส่วนน้อยกดดันเสียงส่วนใหญ่ได้ด้วย 555

2.2 ล้านๆ 3.5 แสนล้านก็ไม่เห็นกดดันได้เลย แล้วอันนี้ดันอ้างว่าโดนกดดัน



เคยเถียงกับควายแดงแบบนี้เป๊ะครับ แล้วก็ได้รับคำตอบมาคือ เพราะตอนนี้ยังไม่เป็น ประชาธิปไตย ถึงได้เป็นแบบนี้

เกี่ยวไรกันวะ กรูงง ล้างสมองกันสมบูรณ์แบบจริงๆ

จริงๆมียาวกว่านี้อีก อย่างผมตอบกลับว่าถ้าประเทศตอนนี้ไม่เป็นประชาธิปไตย สมัคร สมชาย ยิ่งลัก จะเป็นนายกได้ไง

ควายแดงสวนกลับมาว่า แล้วคุณชอบมาร์คตรงไหน สันดานเดียวกันจริงๆ พอตอบไม่ได้ก็เฉไปเรื่องอื่น


[แก้ไข 1 ครั้งโดย welzer - เมื่อ 2013-06-26 12:29:16]
 

 1 year ago ให้กิฟ
 

Pompoko
peekapoo

Since 15/2/2009
(11042 post)
ประกาศลดค่แรงขั้นต่ำเหลือ 240 บาทน่าจะช่วยชาวนาได้นะครับ


 

 1 year ago ให้กิฟ
 

Lovely45
Since 28/12/2009
(3469 post)
บอกเลย ตอนนี้โคตรเละเลย เรื่องจำนำข้าว

แต่ที่น่าอนาทใจ สุด คือ ปชป ทำหน้าตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าวกลับผิด

ผมยังส่งสัยว่า ชาวนาเขารู้ว่าโครงการมันมีจุดโกง อาจทำให้ชาติล้มละลาย หรือว่าไม่รู้จริงๆ ว่าโครงการขาดทุน

สุดท้ายคนจนหรือไม่มีการศึกษา ก็มองไม่พ้นเรื่องชนชั้น


 

 1 year ago ให้กิฟ
 

newalex (banned)
Since 2013-06-20 08:14:23
(434 post)
งดเข้าสักพักนะครับ ตัวหนังสือเยอะขี้เกียจอ่าน

คือติดเล่นเกมส์ magic 2004 ของ ios อ่ะครับ


 

 1 year ago ให้กิฟ
 

4Baht

Since 19/9/2005
(9698 post)
^
^
นอกเรื่อง

alex ไปโหลด kingdom rush version ใหม่สิ มันมาก ผมเล่นตั้งแต่ภาคแรกแล้ว ภาคสองมายังไม่ได้เล่นเลย มัวแต่เล่น final tactics เพราะมันแก้ code ไม่ lag แล้ว


 


Page - <<หน้าแรก ... 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 ... หน้าสุดท้าย>> ตอบกระทู้


จำนวนคนที่ออนไลน์ขณะนี้ : 17 คน
สมาชิก : 0 คน | ไม่ใช่สมาชิก : 17 ¤¹


unlock



Move to Anime/Manga

Move to Movie/TV

Move to Technology
   
 
 
 

Gconsole © 2012 Thailand Biggest Videogame Community

Advertisement
Staff
Contact Us
About Us



Follow Us

Facebook
Twitter
RSS Feed